วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สัตว์ที่ชอบ

สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล

มาแล้ว...!! สำหรับ เพื่อนๆที่เลี้ยงลูกพันธุ์พุดเดิ้ล เพื่อนๆทราบกันหรือยังว่า เขามีถิ่นกำเนิดมาจากที่ไหน ? เขามี นิสัยอย่างไร บางทีนะ คุณคิดว่าคุณรักเขาเอาใจใส่เขาพอแล้ว คุณอาจจะยังไม่เข้าใจความรู้สึก และการแสดงออกถึงความต้องการของเขาก็ได้


มามะ ..วันนี้ เจินโกะ จะค้นหา ประวัติของพุดเดิ้ลมาให้เพื่อนๆอ่าน...จัดมา!!



พุดเดิ้ล ได้ชื่อว่าเป็น สุนัข ที่มีความนิยมอันดับหนึ่งของโลก และขึ้นชื่อว่าฉลาด ฝึกง่าย สอนง่าย ขี้อ้อน และประจบเก่งเป็นที่สุด แถมยังอดทนไม่ขี้แย เลี้ยงง่าย แม้จะปาก เปราะไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นหมาที่เห่าไม่รู้เรื่อง ยิ่งในบ้านเรา พุดเดิ้ล สายพันธุ์ นิยมเลี้ยงกันคือ พุดเดิ้ลทอย มันกลายเป็นหวานใจตัวจ้อยของหลายๆ ครอบครัว เพราะขนาด ไม่เล็กไม่ใหญ่ แถมยังมีลักษณะเป็นเหมือนเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต สดใสมี ชีวิตชีวา มีนิสัยรักสวยรักงาม ชอบเสริมสวย ชอบเที่ยว และเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ เร็ว



พุดเดิ้ล (Poodle) มีถิ่นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนีตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษ ที่ 14 แต่ไม่สามารถสรุปแน่ชัดว่าต้นกำเนิดจริงๆ เป็นประเทศเยอรมนีหรือประเทศฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ประเทศต่างนิยมเลี้ยง พุดเดิ้ล ไว้เพื่อใช้งาน "เก็บของในน้ำ" เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็คือ "นกเป็ดน้ำ" ที่ชาวไร่ชาวนายิงได้


สุนัข พุดเดิ้ล แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. พุดเดิ้ลทอย (Toy Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 12 นิ้ว หนักประมาณ 6 กิโลกรัม




2. พุด เดิ้ล มินิเจอร์ (Miniture Poodle) เป็นพุดเดิ้ล ขนาดกลาง สูงประมาณ 11-15 นิ้ว หนักประมาณ 11 กิโลกรัม



3. พุดเดิ้ล สแตนดาร์ด (Standard Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดใหญ่ สูงประมาณ 18-22 นิ้ว หนักประมาณ 20 กิโลกรัม





ถ้าพูดถึงเรื่องนิสัยใจคอของเจ้า พุดเดิ้ล ทุกขนาด จะเป็น สุนัข ที่น่าหยิกน่าหมั่นไส้ แสนประจบ ซน และขี้เล่น พุดเดิ้ล พันธุ์เล็กกับ พุดเดิ้ลทอย จะไม่ค่อยไว้ใจคนแปลกหน้า และมีความอดทนกับเด็กน้อยกว่าพันธุ์มาตรฐาน


อาหารและการดูแล สุนัข พุดเดิ้ล

อาหารการกินของ สุนัข พุดเดิ้ล ควรให้เป็นอาหารสำเร็จรูปจะดีที่สุด อาหารสำเร็จรูปนั้นมีอยู่หลายสูตรด้วยกัน ได้แก่ อาหารสูตรลูกสุนัข อาหารสูตรสุนัขโต และอาหารสูตรสุนัขแก่ การให้อาหารก็ควรให้ตรงตาม อายุและสูตร เนื่องจากสุนัขในแต่ละวัยนั้นมีความต้องการอาหารที่แตก ต่างกัน อย่างเช่น ลูกสุนัข จำเป็นต้องได้รับสารอาหารจำพวก โปรตีนสูงกว่าสุนัขโต ในขณะที่ร่างกายของสุนัขโตจะต้องการอาหารประเภท พลังงานมากกว่าโปรตีน อย่างนี้เป็นต้น และปริมาณการให้อาหารก็ไม่ควรมากจนเกินไป เพราะ พุดเดิ้ล จัดเป็น สุนัขพันธุ์เล็กที่กินไม่มาก
นอกจากนี้ เรื่องความสะอาดของลูกก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ตาก็เป็นอวัยวะสำคัญที่พบ ปัญหา พูเดิ้ล ส่วนใหญ่จะมีร่องน้ำตาที่เห็นได้ค่อนข้างชัด ซึ่งเป็น จุดที่ทำให้คราบน้ำตาหรือสิ่งสกปรกไปหมักหมมได้ง่าย เจ้าของ จึงควรคอยเช็ดทำความสะอาดให้ทุกวัน เพราะหากทิ้งไว้นานๆ คราบนั้น จะฝังแน่นอย่างถาวร เช็ดไม่ออก นอกจากนั้น ยังควรหมั่นตรวจดูดวงตาของ สุนัข พูเดิ้ล ด้วยว่ามีฝ้าขาวๆ หรือรอยขีดข่วน รอยแผลบ้างหรือไม่
โรคที่พบ กับพุดเดิ้ล โรคที่ มักพบใน พุดเดิ้ล จะคล้ายๆ กับชิสุ คือเรื่องตา เนื่องจาก เป็นน้องหมาตาโตแบ๊ว เหมือนๆ กันจึงทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการเกิด การระคายเคืองและเป็นโรคตาได้ง่าย แต่สำหรับ พูเดิ้ล แล้วสาย พันธุ์ของเขามีที่มีปัจจัยโน้มนำที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจกได้มากกว่าสุนัข พันธุ์อื่นๆ เจ้าของสามารถสังเกตอาการป่วยของพูเดิ้ลเมื่อป่วยด้วยโรค ตา สังเกตได้จากเริ่มตาแดง ตาฝ้า บางครั้งจะมีน้ำตาเอ่อ มีขี้ตามากผิดปกติ ชอบเกาตาหรือไถตากับพื้นหรือฝาผนัง ที่เห็น ได้อย่างเด่นชัดสุด คือ การเดินชนของ เดินขึ้นบันไดลงบันไดไม่ค่อยถนัด หาชามข้าว ไม่พบ เป็นต้น ซึ่งหากพบมีอาการเหล่านี้ควรนำมาพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัย โรคและได้รับการรักษาอย่างตรงจุด


อ้างอิงจาก : http://kaejung.igetweb.com/index.php?mo=3&art=345774


...เป็นไงจ้าเพื่อนๆทุกคน เจินคิดว่า บทความนี้ เพื่อนๆคงได้ความรู้ไปไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว เนอะ ^^… อย่าง น้อย เพื่อนๆก็คงจะพอเข้าใจลูกรักของคุณมากขึ้น และเอาใจใส่เขามากขึ้น นะคะ เพราะยังไง เขาก็มีจิตใจและมีความรักเหมือนกับเรา ...


*ไปแล้ว วันหน้า มีอะไร ที่เป็นความรู้เกี่ยวกับ สุนัข เดี๋ยวหนูเจินโกะ จะมาอัพเดทให้เพื่อนๆอ่านอีกนะคะ*


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น