วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ทีมชาติที่ชื่นชอบ

ประวัติทีมชาติ เชลซี

สโมสรฟุตบอลเชลซีก่อตั้งเมื่อ 10 มีนาคม พ.ศ. 2448 (ค.ศ. 1905) ที่ ผับชื่อเดอะไรซิงซัน ตรงข้ามกับสนามแข่งปัจจุบันบนถนนฟูแลม และได้เข้าร่วมกับลีกฟุตบอลในเวลาต่อมา เชลซีเริ่มมีชื่อเสียงภายหลังจากที่ได้รับชัยชนะใน ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1954–55

ปี 1996 แต่งตั้ง รุด กุลลิท(Ruud Gullit) เป็นทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีม เชลซีสามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ในยุคของกุลลิทนี้

ปี 1997 เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็น จิอันลูก้า วิอัลลี่( Gianluca Vialli) โดยเป็นทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีมในช่วงแรก ในยุคของวิอัลลี่นี้สามารถทำทีมได้แชมป์ลีกคัพ และ ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพและ สามารถเข้าถึงรอบรอง"ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพ"ได้เป็นปีทีสองติดต่อกันก่อนที่จะแพ้รีล มายอร์ก้าใน ปีนั้นทีมที่ได้แชมป์คือ ลาซิโอทีมจากอิตาลีไป ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่มีการจัดการแข่งขัน "ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพ"

ปี 2000 จิอันลูก้า วิอัลลี่ถูกปลดออกจากผู้จัดการทีมและแทนที่ด้วย เคลาดิโอ รานิเอรี(Claudio Ranieri) เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ในยุคของรานิเอรีนั้น เชลซีมีผลงานติดห้าอันดับแรกของของพรีเมียร์ลีกอย่างสม่ำเสมอ

มิถุนายน ปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ.2003) โรมัน อบราโมวิช เข้าซื้อกิจการต่อจากเคน เบตส์(Ken Bates) ในราคา 140 ล้านปอนด์ หลังการเข้าซื้อกิจการของมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย เคลาดิโอ รานิเอรีซึ่ง เป็นผู้จัดการทีมในขณะนั้นยังคงได้คุมทีมต่อไป ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทีมอย่างมากมาย มีการซื้อนักเตะชื่อดังหลายรายเข้ามาเสริมทีมโดยใช้เงินไปอีกมากมายกว่าร้อย ล้านปอนด์ เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันเชลซีไม่คว้าแชมป์ใดมาได้เลย สามารถทำอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก และ เข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก เมื่อจบฤดูกาลแรกหลังจากเข้าซื้อกิจการของมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ทางทีมจึงได้ปลด เคลาดิโอ รานิเอรี่ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม และได้เซ็นสัญญาให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ( José Mourinho)เป็นผู้จัดการทีมต่อมา

ปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ.2004) เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งสร้างสีสันให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษในสมัยนั้นเป็นอย่างมากกับบทสัมภาษณ์ และทัศนะของ มูริญโญ่เอง

ปี พ.ศ. 2548 (ค.ศ.2005) ได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกหลังจาก โรมัน อบราโมวิช เข้าซื้อกิจการของสโมสร และครบร้อยปีจากการตั้งสโมสร

ปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) ได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งสอง สมัยติดต่อกัน

20 กันยายน พ.ศ. 2550 มูรินโญ่ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง หลังจากทำผลงานไม่ดี 3 นัดติดต่อกัน แพ้ แอสตันวิลลา 0-2 เสมอแบล็กเบิร์นโรเวอร์ส 0-0 และไล่ตีเสมอโรเซนบอร์ก 1-1 [1] และเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็น อัฟราม แกรนท์ (Afram Grant)

11 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 สิ้นสุดฤดูกาลแรกของ อัฟราม แกรนท์ ไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ หลังจากรับงาน อัฟราม แกรนท์ พาทีมเชลซีต่อสู้แย่งแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงนัดสุดท้าย แต่ไม่สามารถทำได้โดยนัดสุดท้ายทำได้เพียงเสมอกับ โบลตัน (Bolton)1-1 โดยถูกตีเสมอในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน สิ้นสุดฤดูกาลเชลซีทำแต้มได้ 85 แต้ม โดยแชมป์(แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)ทำได้ 87 แต้ม

21 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เข้าชิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสร กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย ในเวลา 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องเตะลูกจุดโทษตัดสิน เชลซีแพ้ไป 10-9 ประตู

24 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ผู้บริหารสโมสรมีมติปลดอัฟราม แกรนท์ ออกจากตำแหน่ง

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 สโมสรเชลซีแต่งตั้ง หลุย เฟลิปเป้ สโกลารี่ ขึ้นเป็นกุนซือเชลซีอย่างเป็นทางการ

9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 สโกลารี่ทำผลงานได้ไม่ดี หลังจากนำทีมเสมอต่อ ฮัลล์ 1-1 ตามหลังแมนฯ ยูผู้นำอยู่ 7 แต้ม ผู้บริหารสโมสรได้มีมติปลดออกจากตำแหน่ง

12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 มติสโมสรแต่งตั้ง กุส ฮิดดิ้งค์ กุนซือชาวฮอลแลนด์ผู้จัดการทีมชาติรัสเซียเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ โดยฮิดดิ้งค์จะทำหน้าที่ควบ 2 ตำแหน่ง ทั้งผู้จัดการทีมชาติรัสเซียและผู้จัดการเชลซี และกุส ฮิดดิ้งค์ นี้พาเชลชี คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 5 โดยเอาชนะเอฟเวอร์ตันในนัดชิงชนะเลิศ

1 มิถุนายน พ.ศ. 2552 สโมสรเชลซีแต่งตั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ ขึ้นเป็นกุนซือเชลซีอย่างเป็นทางการ

ปี พ.ศ. 2553 ได้แชมป์พรีเมียร์ชิพ นับเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 4

ปี พ.ศ. 2553 คว้า ดับเบิ้ลแชมป์ เป็นครั้งแรก ของสโมสร โดยคว้า แชมป์ พรีเมียร์ลีก และ FA-CUP

สแตมฟอร์ ดบริดจ์

สนามฟุตบอลสแตมฟอร์ดบริดจ์

สแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) เป็นสนามฟุตบอลแห่งเดียวของเชลซีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาตั้งอยู่ในเขตฟูแลม ในลอนดอน โดยเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2420 โดยในช่วง 28 ปีแรกที่เปิดใช้ ได้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของสนามกรีฑาด้วย สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ออกแบบโดยสถาปนิกชาวสกอต บรรจุคนได้กว่า 42,000 คน

ผู้ เล่นชุดปัจจุบัน

Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎ ของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ

หมายเลข
ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 Flag of the  Czech Republic GK ปีเตอร์ เช็ก
2 Flag of เซอร์เบีย DF บรานิสลาฟ อิวาโนวิช
3 Flag of อังกฤษ DF แอชลี่ย์ โคล
5 Flag of กานา MF มิคาเอล เอสเชียง
7 Flag of บราซิล MF รามิเรส
8 Flag of อังกฤษ MF แฟรงค์ แลมพาร์ด (รอง)
10 Flag of อิสราเอล MF ยอสซี่ เบนายูน
11 Flag of โกตดิวัวร์ FW ดิดิเยร์ ดร็อกบา
12 Flag of ไนจีเรีย MF จอห์น โอบี มิเกล
15 Flag of ฝรั่งเศส MF ฟลอรองต์ มาลูด้า
17 Flag of โปรตุเกส DF โจเซ่ โบซิงวา
18 Flag of รัสเซีย MF ยูริ เซอร์คอฟ
19 Flag of โปรตุเกส DF เปาโล แฟร์ราร่า
21 Flag of โกตดิวัวร์ FW ซาโลมง กาลู

หมายเลข
ตำแหน่ง ผู้เล่น
22 Flag of อังกฤษ GK รอส เทิร์นบูล
23 Flag of อังกฤษ FW ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์
24 Flag of เซอร์เบีย MF เนมานย่า มาติช
26 Flag of อังกฤษ DF จอห์น เทอร์รี่ (กัปตันทีม)
33 Flag of บราซิล DF อเล็กซ์
38 Flag of the  Netherlands DF ฟาทริก ฟาน อันโฮลท์
39 Flag of ฝรั่งเศส FW นิโคล่า อเนลก้า
40 Flag of โปรตุเกส GK ฮิลาริโอ ซัมไปโญ่
41 Flag of อังกฤษ DF แซม ฮันซิมสัน
42 Flag of อังกฤษ DF มิคาเอล มานเซียน
43 Flag of the  Netherlands DF เจฟฟรี่ย์ บรูม่า
44 Flag of ฝรั่งเศส FW กาเอล กาคูต้า
45 Flag of อิตาลี FW ฟาบิโอ บอรินี่

อดีต ผู้เล่นที่โด่งดัง

(นับปีที่เข้ามาในสโมสร)

  • ทศวรรษที่ 1990

Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎ ของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ

หมายเลข
ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 Flag of อังกฤษ Midfield แฟรง แลมพาร์ด
2 Flag of โรมาเนีย Defence แดน เปเตรสคู
3 Flag of อังกฤษ Defence แกรม เลอโซ
5 Flag of ฝรั่งเศส Defence ฟร้องซ์ เลอเบิฟ
11 Flag of อังกฤษ Midfield เดนนิส ไวส์ (อดีตกัปตันทีม)
9 Flag of อิตาลี Forward จิอันลูกา วิอัลลี่
25 Flag of อิตาลี Forward จิอันฟรังโก้ โซล่า
19 Flag of นอร์เวย์ Forward ทอเร อังเดร โฟล
6 Flag of ฝรั่งเศส Defence มาแซล เดอไซญี่ (อดีตกัปตันทีม)
22 Flag of ไอซ์แลนด์ Forward ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซน
36 Flag of เดนมาร์ก Midfield เจสเปอร์ กรุนชา
9 Flag of the  Netherlands Forward จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์
16 Flag of อิตาลี Midfield โรแบร์โต้ ดิ มัทเทโอ
23 Flag of อิตาลี Goalkeeper คาร์โล คูดิชินี่


  • ทศวรรษที่ 2000

Note: ธงชาติที่ปรากฎบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎ ของฟีฟ่า ตามความเหมาะสม เพราะบางผู้เล่นอาจถือสองสัญชาติ

หมายเลข
ตำแหน่ง ผู้เล่น
11 Flag of Ireland Midfield เดเมี่ยน ดัฟฟ์
13 Flag of ฝรั่งเศส Defence วิลเลียม กัลลาส
16 Flag of the  Netherlands Midfield อาเยน ร็อบเบน
14 Flag of แคเมอรูน Midfield เฌเรมี่ เอ็นจิตาป
18 Flag of อังกฤษ Defence เวย์น บริดจ์
4 Flag of ฝรั่งเศส Midfield โคล้ด มาเกเลเล่
24 Flag of อังกฤษ Midfield ฌอน ไรท์ ฟิลิปส์
10 Flag of อังกฤษ Midfield โจ โคล
13 Flag of เยอรมนี Midfield มิชาเอล บัลลัค
35 Flag of บราซิล Defence เบลเล็ตติ
20 Flag of โปรตุเกส Midfield เดโก้
6 Flag of โปรตุเกส Defence ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่

ผู้ เล่นที่โด่งดัง

2001 - ปัจจุบัน

ชื่อ สัญชาติ ตำแหน่ง เล่นให้เชลซี จำนวนครั้ง (ตัวสำรอง) รวม ประตู
จิอันฟรังโก้ โซล่า Flag of อิตาลี FW 1996-2003 229 (44) 273 59
จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลเบงค์ Flag of the  Netherlands FW 2000-2004 136 (17) 153 69
เจสเปอร์ กรุนชา Flag of เดนมาร์ก MF 2000-2004 104 (32) 136 7
ไอเดอร์ กุ๊ดจอห์นเซน Flag of ไอซ์แลนด์ FW 2000-2006 186 (60) 246 54
ทอเร อังเดร โฟล Flag of นอร์เวย์ FW 1997-2001 112 (53) 165 34
มาแซล เดอไซญี่ Flag of ฝรั่งเศส DF 1998-2004 158 (2) 160 6
คาร์โล คูดิชินี่ Flag of อิตาลี GK 1999-2009 142 (4) 146 0
วิลเลียม กัลลาส Flag of ฝรั่งเศส DF 2001-2006 159 (12) 171 12
เดเมี่ยน ดัฟฟ์ Flag of Ireland MF 2003-2006 81 (18) 99 14
เฌเรมี่ Flag of แคเมอรูน MF 2003-2007 72 (24) 96 4
โคล้ด มาเกเลเล่ Flag of ฝรั่งเศส MF 2003-2008 144 (12) 156 2
เวย์น บริดจ์ Flag of อังกฤษ DF 2003-2009 87(13) 100 1
อาเยน ร็อบเบน Flag of the  Netherlands MF 2004-2007 67 (16) 83 15
จอห์น ไรท์ ฟิลิปส์ Flag of อังกฤษ MF 2005-2009 82 (39) 121 4
โจ โคล Flag of อังกฤษ MF 2003-2010 188 (92) 280 39
มิชาเอล บัลลัค Flag of เยอรมนี MF 2006-2010 139 (29) 168 26
เบลเล็ตติ Flag of บราซิล DF 2007-2010 54 (25) 79 5
เดโก้ Flag of โปรตุเกส MF 2008-2010 42 (15) 57 6
ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ Flag of โปรตุเกส DF 2004-2010 233 (7) 240 10

ผู้ เล่นที่ยิงครบ 100 ประตู

พรีเมียร์ลีก-ถ้วยอื่น ๆ

ชื่อ สัญชาติ ตำแหน่ง เล่นให้เชลซี จำนวนครั้ง (ตัวสำรอง) รวม ประตู
แฟรงค์ แลมพาร์ด Flag of อังกฤษ MF 2001-ปัจจุบัน 449 (24) 473 156
ดิดิเยร์ ดร็อกบา Flag of โกตดิวัวร์ FW 2004-ปัจจุบัน 209 (48) 257 129

นัก เตะยอดเยี่ยมประจำปี 1967-2010

Year Winner
1967 Flag of อังกฤษ ปีเตอร์ โบเน็ตติ
1968 Flag of สกอตแลนด์ ชาร์ลี คุก
1969 Flag of อังกฤษ เดวิด เว็บ
1970 Flag of อังกฤษ จอห์น ฮอลลินส
1971 Flag of อังกฤษ จอห์น ฮอลลินส
1972 Flag of อังกฤษ เดวิด เว็บ
1973 Flag of อังกฤษ ปีเตอร์ ออสกู๊ด
1974 Flag of อังกฤษ แกรี่ ล็อก
1975 Flag of สกอตแลนด์ ชาร์ลี คุก
1976 Flag of อังกฤษ เรย์ วิลกินส์
1977 Flag of อังกฤษ เรย์ วิลกินส์
1978 Flag of อังกฤษ มิกกี้ ดรอย

Year Winner
1979 Flag of อังกฤษ ทอมมี่ แลงลี่ย์
1980 Flag of อังกฤษ ไคล์ วอล์กเกอร์
1981 Flag of  ยูโกสลาเวีย ปีเตอร์ โบโรต้า
1982 Flag of อังกฤษ ไมค์ ฟิลเลรี่
1983 Flag of เวลส์ โจอี้ โจนส์
1984 Flag of สกอตแลนด์ แพท เนวิน
1985 Flag of สกอตแลนด์ เดวิด สปีดี้
1986 Flag of เวลส์ เอ็ดดี้ นีดสวิกกี้
1987 Flag of สกอตแลนด์ แพท เนวิน
1988 Flag of อังกฤษ โทนี่ โดริโก้
1989 Flag of อังกฤษ เกรแฮม โรเบิร์ต
1990 Flag of the  Netherlands เคน มองกู
1991 Flag of Ireland แอนดี้ ทาวเซ่น
1992 Flag of อังกฤษ พอล เอลเลียต
1993 Flag of จาเมกา แฟรงค์ ซินแคลร์
1994 Flag of สกอตแลนด์ สตีฟ คลาร์ก

Year Winner
1995 Flag of นอร์เวย์ เออร์แลนด์ จอห์นเซ่น
1996 Flag of the  Netherlands รุด กุลลิต
1997 Flag of เวลส์ มาร์ก ฮิวจส์
1998 Flag of อังกฤษ เดนนิส ไวซ์
1999 Flag of อิตาลี จิอันฟรังโก้ โซล่า
2000 Flag of อังกฤษ เดนนิส ไวซ์
2001 Flag of อังกฤษ จอห์น เทอร์รี่
2002 Flag of อิตาลี จิอันฟรังโก้ โซล่า
2004 Flag of อังกฤษ แฟรงค์ แลมพาร์ด
2005 Flag of อังกฤษ แฟรงค์ แลมพาร์ด
2006 Flag of อังกฤษ จอห์น เทอร์รี่
2007 Flag of กานา มิคาเอล เอสเซียง
2008 Flag of อังกฤษ โจ โคล
2009 Flag of อังกฤษ แฟรงค์ แลมพาร์ด
2010 Flag of โกตดิวัวร์ ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ทำเนียบ ผู้จัดการทีม

Year
1933-1939 เลสลี่ ไนท์ตัน
1939-1952 บิลลี่ แบร์เรลล์
1952-1961 เท็ด เดร็ค
1962-1967 ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้
1967-1974 เดฟ เซ็กตัน
1974-1975 รอน ซอวร์ต
1975-1977 เอ็ดดี้ แม็คเครดี้
1977-1978 เคน เชลลิโต้
1978-1979 แดนนี่ บลังค์ฟลาวเวอร์ส
1979-1981 เจฟฟ์ เฮิร์สต์
1981-1985 จอห์น นีล
1985-1988 จอห์น ฮอลลินส์
1988-1991 บ็อบบี้ แคมป์เบลล์
1991-1993 เอียน พอร์เตอร์ฟิลด์
1993 เดวิด เวบบ์
1993-1996 เกล็น ฮอดเดิ้ล
1996-1998 รุด กุลลิท
1998-2000 จิอันลูก้า วิอัลลี่
2000-2004 เคลาดิโอ รานิเอรี่
2004-2007 โชเซ่ มูรินโญ่
2007-2008 อัฟราม แกรนท์
2008-2009 หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี
2009 กุส ฮิดดิงค์
2009-ปัจจุบัน คาร์โล อันเชลอตติ

สัญลักษณ์ ทีม

ผลงาน

สถิติ

  • สถิติผู้ชมสูงสุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดพบกับอาร์เซน่อล ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1958 มีผู้ชมเข้ามาชมถึง 182,905 คน
  • สถิติผู้ชมน้อยที่สุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดที่พบกับ ลินคอล์น ซิตี้ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1906 มีผู้ชมเพียง 110 คน
  • สถิติชนะสูงสุด : ในนัดพบกับ จิวเนส ฮัทคาเรจ ซึ่งถูกพวกเขาถลุงไปถึง 13-0 ในวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1971
  • สถิติชนะสูงสุด : ในนัดพบกับ วีแกน แอดแลนติก ซึ่งถูกพวกเขาถลุงไปถึง 8-0 ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ 2010
  • สถิติแพ้สูงสุด : ในนัดพบกับ วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่อัดพวกเขาไป 8-1 ในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1953
  • ผู้เล่นในลีกสูงสุด : รอนแฮร์ริส, 655 นัด, 1962-80
  • สถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุด : 50 ล้านปอนด์, อังเดร เชฟเชนโก้ จาก เอซี มิลาน, มิถุนายน ค.ศ. 2006
  • สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 44 ล้านปอนด์, อาร์เยน ร็อบเบน ไปเรอัลมาดริด, สิงหาคม ค.ศ. 2007
  • นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดใน 1 ฤดูกาล :ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา , 37 ประตู , 2009-2010
  • นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดในช่วงที่อยู่กับเชลซี : แฟรงค์ แลมพาร์ด, 156 ประตู, 2010
  • ยิงประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก : 103 ประตู, 2010

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น